This Theme Supports a Custom FrontPage

การเข้ารับเกณฑ์ทหารที่สนุกแต่คิดถึงบ้าน

การเข้ารับเกณฑ์ทหารที่สนุกแต่คิดถึงบ้าน

การเป็นทหารเกณฑ์ของผม ผมจะขอแนะนำตัวให้เพื่อนๆ ทุกคนรู้กันจันกันก่อนครับ ผมชื่อจั๊ก อายุ 23 ปี การเป็นทหารของผมก็เหมือนกับผู้ชายทุกคนที่ไปรับใช้ชาติเหมือนผม ตอนที่ผมไปคัดเลือกทหารนั่นในใจผมก็ไม่อยากได้หรอกแต่ถ้าได้ก็ไม่เป็นไรสุดแต่เวรแต่กรรม ช่วงนั้นผมบวชพระอยู่ด้วยแล้วก็ได้ใบแดง ผมรู้สึกเสียใจมากๆ เข่าอ่อนกันเลยทีเดียว แต่เมื่อเข้าไปเป็นทหารแล้วมีการฝึกฝน ได้เจอเพื่อนๆมากมาย แรกๆ อาจจะเจอบังคับให้วิ่งและก็ออกกำลังกายบ่อยๆ พอฝึกเสร็จ 3 เดือนเค้าก็จะให้ลากลับบ้าน 10 วันแล้วจึงมาแบ่งกองร้อยกันว่าจะอยู่กองร้อยไหน ผมได้ยุกองร้อยรถถังที่ 1 ครับ ระหว่างนั้นก็มีการจัดการฝึกด้วยครับ โดยที่ผมได้นั่งรถถังคันใหญ่มาก รู้สึกชอบอย่างบอกไม่ถูก ขึ้นรถถังสนุกดีครับแต่บอกไว้ก่อนว่าร้อนมากๆ ต้องโผล่หัวหรือเปิดกระจกข้างรถไว้ พอถึงที่เราก็ตั้งที่พักและทำกับข้าวกันแล้วก็เข้านอนครับ อีกวันเขาให้มารับลูกกระสุนปืนและปืนใหญ่เพื่อเอาไปเก็บไว้ เพื่อรอทำการฝึกซ้อมรบในวันต่อไป ผมได้เป็นคนบรรจุกระสุนครับ ตอนยิงก็กลัวมาก แต่พอใส่ไปได้ลูกหนึ่งก็ไม่กลัวครับ เสียงดังมากต้องอุดหู ยิงเสร็จควันเต็มรถเลยครับ พอหน่วยผมฝึกเสร็จก็นั่งในรถถังเพื่อดูการฝึกของหน่อยทหารราบกันโดยกำลังพลเข้าตีด้วยอาวุธปืนและระยะประชิด ผมตื่นเต้นมากจริงๆ แถมได้จุดระเบิด TNT ด้วยครับ โดยใช้ถ่านก่อนเดียว จี้ปุ๊บระเบิดทันที แถมยังได้ขว้างระเบิดควันอีกด้วย เมื่อกลับมาถึงค่ายถึงกลับหมดแรงเลยครับ สนุกมากๆ แต่ก็หืดขึ้นคอเลยทีเดียว

เตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจก่อนเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร

เตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจก่อนเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร

ผมเชื่อว่ามีหลายคนนั้นที่ตั้งอนาคตกับลูกไว้ว่าอยากจะให้เป็นอะไร แต่เด็กอีกหลายคนก็ฝันไว้เช่นเดียวกันนั้นก็คือการเป็นทหารยศนายร้อย จะมีการสอบคัดเลือกเข้าไปเรียนใน รร.นายร้อย แต่ว่าการสอบนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มีคนจากทั่วประเทศมาสอบเข้า สำหรับการที่จะสอบได้นั้นก็จะต้องมีการเตรียมตัวด้วยเราจะไปดูกันว่าต้องเตรียมกันอย่างไรบ้าง ก่อนอื่นก็ต้องตั้งใจเรียนครับ คนที่มีโอกาสจะสอบได้จะต้องมีอายุ 14 – 17 ปี พยายามค้นหาความรู้เยอะๆ แต่ที่นิยมทำกันก็คือ ไปหาติวเตอร์เพื่อหาความรู้อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งต้องแบ่งเวลาในการออกกำลังกาย เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับร่างกายในการสอบรอบที่ 2 ด้วย เมื่อคนที่สอบติดเข้าไปแล้วจะยังไม่มีการเลือกประเภทของทหารแต่อย่างใด ต้องทำการศึกษาที่ ร.ร. เป็นเวลา 2 ปีเสียก่อน ถึงจะได้ไปเลือกประเภทของทหารถ้าเลือกทหารบก ก็จะต้องไปเรียนที่ ร.ร. นายร้อยพระจุลจอมเกล้า เป็นเวลา 5 ปี รวมทั้งหมด 7 ปี ถึงจะเข้าทำงานราชการได้และทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ จะเรียน ร.ร.เตรียมทหารเหมือนๆ กัน แต่จะแยกไปอยู่ตามเหล่าทัพที่ได้เลือกไว้ แต่ปัจจุบันนี้ จะเป็นการเรียน ร.ร.เตรียมทหารถึง 3 ปี แต่จะลดการไปเรียนที่เหล่าเหลือแค่ 4 ปีแทน แต่ปี 2560 จะกลับมาใช้แบบเดิมแล้ว ซึ่งถ้าคนที่เรียนปีนี้อยู่แน่นอนContinue Reading เตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจก่อนเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร

สอบช่างฝีมือทหารหนทางสู่ข้าราชการทหาร 3 เหล่าทัพ

สอบช่างฝีมือทหารหนทางสู่ข้าราชการทหาร 3 เหล่าทัพ

สวัสดีครับสำหรับคนที่อยากจะเข้ารับราชกาลทหารคงจะต้องสนใจกันแน่ๆ เลยครับ วันนี้เราจะไปพูดถึงการสอบเข้าโรงเรียนช่างฝีมือทหารกันนะครับ โดยเราจะต้องทำความเข้าใจในเรื่องของข้อกำหนดโรงเรียนก่อนนะครับ คนที่สามารถสอบได้จะต้องมีอายุ 15 – 18 ปีบริบูรณ์และเป็นคนที่สมบูรณ์ครบ 32 ประการ เราจะต้องไปทำการซื้อใบสมัครเสียก่อนโดยจะมีขายตามเว็บไซต์หรือที่โรงเรียนช่างฝีมือทหาร เราต้องหรอกข้อมูลให้ครบและเตรียมเอกสารที่ทางโรงเรียนกำหนดให้พร้อมในการสมัครด้วย อย่าลืมรูปถ่ายด้วยนะ ซึ่งการสอบของช่างฝีมือทหารจะมีอยู่สองรอบด้วยกัน รอบแรกทำข้อสอบแบบฝนดินสอ 2 บี ถ้าสอบผ่านก็จะได้ไปสอบรอบที่สอง รอบนี้จะเป็นการทดสอบความพร้อมของร่างกาย ทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย สอบสัมภาษณ์ เมื่อสอบเข้าไปได้ก็จะใช้เวลาเรียนทั้งหมด 3 ปี จึงจะจบหลักสูตร และได้ติดยศเป็นสิบตรี จ่าเรือตรี จ่าอาการตรี ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นทหารเหล่าไหน แต่จะมีอีกภาคหนึ่งก็คือภาคสมทบ เมื่อเรียนจบจะไม่ได้เป็นทหาร แถมยังต้องออกค่าชุดสวมใส่ของสถาบันเองด้วย สำหรับผู้ที่เคยสอบมาแล้วแต่ไม่ติดก็อาจจะมาสอบอีกได้ ครั้งต่อไปอาจจะรู้แนวข้อสอบก็ได้ ข้อสอบไม่ได้ยากมากนัก ถ้าเราสนใจขยันอ่านหนังสือบ่อยๆ ยังไงเราก็ติด สาเหตุที่ให้เรียน 3 ปีก็คือ เมื่อจบออกมาจะเทียบเท่ากับวุฒิ ม.6 หรือ ปวช.  ถ้าจบไปแล้วสามารถจะเรียนรามควบคู่ไปการทำงานได้อีกด้วย จบตรีแล้ว ถ้าเขาเปิดสอบทหารชั้นสัญญาบัตรถ้าสอบได้ก็รอเลื่อนยศแต่ก็ต้องไปตามวาระหรือถ้าเป็นไปได้ก็สอบเข้าเตรียมทหารก็ได้ ลองทั้งสองอย่างก็ไม่มีอะไรเสียหายไม่ติดก็สามารถไปสอบโรงเรียนนายสิบอีกได้

สิ่งที่ผมได้รับจากการเป็นทหารเกณฑ์

สิ่งที่ผมได้รับจากการเป็นทหารเกณฑ์

  เมื่อถึงช่วงเวลาที่ชายไทยทุกคนจะต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารเชื่อเหลือเกินว่า 90% ไม่มีใครอยากที่จะเข้าไปใส่เครื่องแบบเพื่อทำการฝึกเป็นรั้วของชาติอย่างแน่นอน เพราะแต่ละคนย่อมรู้ดีว่าตัวเองจะต้องเจอกับอะไรบ้าง นอกจากนี้ยังต้องห่างจากครอบครัว เพื่อนฝูงอันเป็นที่รักเพื่อไปทำหน้าที่ของตัวเองอีกด้วย ทว่าก็มีหลายคนที่จะต้องเข้าทำหน้าที่เมื่อถูกจับได้ใบแดงหรือสมัครใจเป็นทหารเกณฑ์ บางคนอาจจะมองว่ามันโหดร้ายแต่จริงๆ มันมีอะไรที่ได้มากกว่าแค่การฝึกฝนและการเป็นทหารด้วย ฝึกความมีระเบียบวินัย – แน่นอนว่าทหารเกณฑ์ทุกคนจะต้องได้รับการฝึกให้มีระเบียบวินัย ซึ่งตรงจุดนี้มันเป็นสิ่งที่จะติดตัวทุกๆ คนเมื่ออกมาใช้ชีวิตปกติแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องของการดำเนินชีวิต การอยู่ในสังคมกับผู้อื่น เรื่องของความมีระเบียบวินัยถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากมที่จะทำให้สังคมนั้นสามารถอยู่ได้อย่างสงบสุขและเป็นไปได้ด้วยดี ฝึกความอดทน – เรื่องของความอดทนเป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะมี เพราะความอดทนนั้นเป็นสิ่งที่จะทำให้โลกนี้สามารถอยู่ได้ด้วยความสงบสุข คิดดูง่ายๆ ว่าทุกคนหากขาดความอดทนแน่นอนว่าสังคมจะต้องมีแต่ปัญหา เกิดการไม่ยอมกัน และในที่สุดทุกอย่างมันก็จะเละเทะไม่เป็นชิ้นดี การมีความอดทนจะทำให้สามารถอดกลั้นและใช้สมองคิดก่อนทำอะไรอยู่เสมอ ได้พบกับเพื่อนใหม่ – การเป็นทหารเกณฑ์นั้นแน่นอนว่าไม่มีใครอยากจะเป็นกันอยู่แล้วหากพูดกันตามความเป็นจริง การได้พบเพื่อนใหม่ที่มีความคิดเหมือนกันมันทำให้รู้สึกว่าเกิดความผูกพันกันมากขึ้นกว่าเพื่อนที่เจอกันปกติ มันทำให้รู้ได้ทันทีว่าการมีเพื่อนที่ดีนั้นเป็นสิ่งที่ดีและมีค่ามากแค่ไหน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหาได้ทั่วไป เพราะการพิสูจน์ว่าดีต่อกันจริงหรือไม่มันต้องเจอคามยากลำบากไปด้วยกัน รู้จักการเสียสละ – ในสังคมของทหารเกณฑ์นั้นบ่อยครั้งที่เรารู้สึกว่าจำเป็นต้องเสียสละในหลายๆ เรื่อง แค่เสียสละต้องมาฝึกเพื่อเตรียมตัวหากเกิดสงครามขึ้นจริงนี่ก็ถือว่าระดับหนึ่งแล้วก็ตาม เมื่อฝึกเสร็จและกลับมาใช้ชีวิตปกติจะทำให้เรานั้นรู้สึกว่าอะไรที่ไม่ได้สำคัญมากนักกับตัวเรา ก็สามารถที่จะเสียสละให้กับคนอื่นที่เขาจำเป็นต้องใช้ได้มากกว่าด้วย การเป็นทหารนั้นไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิดและที่สำคัญเมื่อจบจากการเป็นทหารเกณฑ์แล้วยังได้อะไรที่มากกว่าคนอื่นได้รับด้วยซ้ำ แค่นี้ประสบการณ์ชีวิตก็มีมากเพียงพอในการที่จะเผชิญกับโลกใบนี้ต่อไปได้แล้ว    

เหตุการณ์ที่ทหารไทยเข้ามาช่วยประชาชนยามเกิดวิกฤต

เหตุการณ์ที่ทหารไทยเข้ามาช่วยประชาชนยามเกิดวิกฤต

ทหารถือเป็นหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดหน่วยงานหนึ่งก็ว่าได้ เพราะว่าหน่วยงานนี้หน้าที่หลักๆ ก็คือการปกป้องประเทศชาติเพื่อให้เกิดความสงบสุข เกิดความสันติสุขและปราศจากการรุกรานของคนในประเทศหรือต่างประเทศด้วย เพราะฉะนั้นหน้าที่ของการดูแลประเทศจึงเป็นสิ่งที่เหล่าบรรดาทหารกล้าทุกคนจะต้องกระทำ ไม่อย่างนั้นประเทศชาติก็คงจะวุ่นวายและอาจกลายเป็นประเทศที่เกิดสงครามได้หากว่าไม่มีทหารที่แข็งแกร่งคอยดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ อย่างไรก็ดีจากหลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าทหารในประเทศไทยนั้นได้มีส่วนร่วมเพื่อเข้ามาช่วยประชาชนในยามที่ประเทศชาติกำลังเกิดวิกฤติต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งลองมาไล่เรียงเหตุการณ์เหล่านั้นกันดูว่าทหารของประเทศไทยเข้ามาช่วยเหลือประชาชนอย่างไรบ้าง เหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ใหญ่ – เมื่อปี พ.ศ. 2554 หากใครที่ยังจำกันได้ว่าปีนั้นกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทยเกิดปัญหาวิกฤตการณ์น้ำท่วมอย่างหนัก ชนิดที่เรียบกว่าหลายๆ พื้นที่จมบาดาลกันไปเลยทีเดียวไม่เว้นแม้แต่พื้นที่ใจกลางเมืองทั้งหลาย นั่นจึงทำให้หลายๆ ครอบครัวเกิดปัญหาไร้ที่อยู่อาศัย ข้าวของภายในบ้านเสียหาย รถยนต์ใช้การไม่ได้ และเรื่องราวอื่นๆ อีกมากมายที่ต้องเผชิญ และในความโกลาหลและความตระหนกตกใจอยู่นั่นเอง เราก็ได้เห็นความช่วยเหลือจากเหล่าบรรดาทหารที่เข้ามาให้การช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นการนำถุงยังชีพมาแจกจ่ายให้กับประชาชนตามบ้านเรือนที่ประสบภัย หรือช่วยอพยพคนป่วย คนแก่ เด็ก ที่ดูแลตัวเองไม่ได้ หรือกำลังป่วยออกจากพื้นที่และมารักษาตัวเอาไว้ที่โรงพยาบาล สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญเหตุการณ์หนึ่งที่คนไทยได้รับความช่วยเหลือจากทหาร เหตุการณ์ความไม่สงบทางภาคใต้ – เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่ค่อนข้างยืดเยื้อและกินเวลายาวนานกว่า 10 ปีแล้ว แต่เหล่าบรรดาทหารของไทยก็ยังคงช่วยปกป้องรักษาประเทศเอาไว้เพื่อไม่ให้ตกเป็นของคนอื่นๆ โดยจุดเริ่มต้นก็คงมาจากกลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้ต้องการที่จะยึดพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เอาไว้เพื่อทำเป็นอาณาจักรของตัวเอง แต่ด้วยความสามารถและความเสียสละของเหล่าทหารไทยทำให้ประเทศไทยยังคงไม่เสียพื้นที่ดินแดนส่วนดังกล่าวไป แม้ว่าในปัจจุบันนี้ยังเป็นพื้นที่ที่อันตรายและจำเป็นต้องมีทหารในการรักษาพื้นที่อยู่ตลอด แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ทหารไทยได้ช่วยประชาชนชาวไทยในยามที่เกิดวิกฤติอีกเหตุการณ์ที่คนไทยยังคงรับรู้และซาบซึ้งในความกล้าตรงนี้เป็นอย่างดี ทุกคนเองก็ได้แต่หวังว่าเหตุการณ์ความไม่สงบตรงนี้จะจบลงและไม่มีอะไรที่ทำให้คนไทยต้องรู้สึกเสียใจไปมากกว่านี้อีกเลย

หลักสูตรการรบเพิ่มเติมที่คนเป็นทหารอยากฝึก

หลักสูตรการรบเพิ่มเติมที่คนเป็นทหารอยากฝึก

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ที่เป็นทหารทุกคน วันนี้ผมอยากจะมาพูดถึงเรื่องการฝึกหลักสูตรหน่วยรบพิเศษกันนะครับ สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองยังแข็งแกร่งไม่พอ เราก็มีหลักสูตรที่ถือว่าโหดมากๆ เลยทีเดียวครับ ด้วยการฝึกที่ใช้ระยะเวลาหลายเดือน จึงต้องมีความอดทนมากๆ จึงจะผ่านมันไปได้ จริงๆ แล้วมันมีหลายหลักสูตรมากแต่ผมจะคัดหลักสูตรที่โหดมาอธิบายกันเพียงแค่ 3 หลักสูตรที่เด่นๆ เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นทหารชั้นสัญญาบัตร ชั้นประทวนก็สามารถเข้าไปเทสและเรียนกันได้ครับ หน่วยรบที่ไปฝึกหลักสูตรพวกนี้จบก็จะได้เงินค่าหลักสูตรในแต่ล่ะเดือนอีกด้วย แต่ถ้าไม่ได้เป็นหน่วยรบโดยตรง ไปฝึกมาก็จะไม่ได้เงินค่าหลักสูตร แต่จะได้ความภาคภูมิใจและความสง่ากลับมาแทนครับ  ส่วนจะเป็นทหารอะไรนั้นก็สามารถไปเรียนได้ครับ ตำรวจก็เรียนได้นะครับ ผมเชื่อว่าทุกคนคงรู้กันใช่ไหมครับ ค่าปีก ค่าร่ม รวมกันก็ได้เป็นหมื่นบาทต่อเดือนแล้วครับ หลักสูตรจู่โจม RANGER หลักสูตร RANGER หรือที่รู้จักกันในชื่อ เสือคาบดาบ เป็นหลักสูตรของทหารบก ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ถือหฤโหดไม่แพ้กับหลักสูตรอื่นด้วยเช่นกัน โดยจะใช้ระยะเวลาในการฝึก 3 เดือนและแบ่งการฝึกได้เป็น 4 ภาคคือ ภาคที่ตั้ง ภาคป่าที่ราบ ภาคป่าภูเขา ภาคป่าที่ลุ่มทะเล ซึ่งหลักสูตรนี้ผมว่าทุกคนจะต้องนึกถึงตอนแรกแน่ๆ เป็นหลักสูตรที่ทหารไทยจำเป็นไว้ต้องมีประดับบ่าอย่างแน่นอน หลักสูตรลาดตระเวนสเทินน้ำสะเทินบก RECON หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่ได้รับวามนิยมเป็นอันต้นๆ เช่นเดียวกัน เพราะเป็นหลักสูตรที่ถือว่าโหดเอาเรื่องเลยทีเดียว เป็นหลักสูตรที่ถูกฝึกโดยทหารเรือของกรมนาวิกโยธิน ซึ่งฝึกทั้งหมด 3 เดือนContinue Reading หลักสูตรการรบเพิ่มเติมที่คนเป็นทหารอยากฝึก

3 เหล่าทัพของไทยมีหน้าที่อะไรบ้าง

3 เหล่าทัพของไทยมีหน้าที่อะไรบ้าง

ทหารถือเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่เป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคนที่อยากจะได้ติดยศ ใส่ชุดเท่ห์ๆ และทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติโดยไม่เกี่ยงแม้ว่าจะต้องสละชีพก็ตามที ปกติแล้วเหล่าทัพทหารในประเทศไทยและนานาประเทศทั่วโลกก็จะประกอบไปด้วย 3 เหล่าทัพใหญ่ๆ นั่นคือ กองทัพบก, กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ซึ่งแต่ละเหล่าทัพนั้นก็จะมีหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป มาทำความรู้จักกับหน้าของ 3 เหล่าทัพไทยว่าแต่ละเหล่านั้นมีหน้าที่อะไรบ้าง กองทัพบก – ถือว่าเป็นเหล่าทัพที่มีความเป็นมาค่อนข้างยาวนานมากที่สุดของทั้ง 3 เหล่าทัพ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2417 โดยทั่วๆ ไปแล้วเรามักจะคุ้นชินกับทหารบกมากที่สุดเพราะเหมือนกับเป็นทหารที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ภารกิจหรือหน้าที่หลักๆ ของกองทัพบกก็คือ กองทัพบกนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบในการที่จะเตรียมกำลังทางบก รวมถึงการป้องกันประเทศชาติจากศัตรู มีผู้บัญชาการกองทัพบกเป็นผู้รับผิดชอบในหน่วยงาน ส่วนใหญ่แล้วจะมีหน้าที่หลักในการดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยในส่วนของทางบกเป็นหลัก เรียกว่าหากมีเรื่องราวอะไรใหญ่โตหรือสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อประเทศกองทัพบกจะเป็นเหล่าทัพแรกๆ ในการที่จะเข้าจัดการปัญหาต่างๆ นั้นให้คลี่คลายด้วยดี กองทัพเรือ – เป็นอีกเหล่าทัพที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเหล่าทัพอื่นๆ หน้าที่หลักๆ ของกองทัพเรือก็คือการรับผิดชอบเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทหารในน้ำ ไม่ว่าจะเป็นทะเล แม่น้ำ รวมไปถึงพื้นที่ชายฝั่งตามเขตแดนต่างๆ ของประเทศไทย ถือว่าเป็นเหล่าทัพที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ ของภูมิภาคเอเชียเลยก็ว่าได้ เราจะสังเกตเห็นได้ว่าหากเกิดปัญหาระหว่างประเทศขึ้น กองทัพเรือมักจะเป็นเหล่าทัพแรกๆ ที่ต้องเข้ามาแก้ไขปัญหารวมถึงปัญหาการรุกล้ำน่านน้ำระหว่างประเทศด้วยเช่นเดียวกัน พื้นที่หลักในการปฏิบัติงานของกองทัพเรือไทยก็จะอยู่ที่อ่าวไทยและทะเลอันดามันที่เป็นบริเวณเขตแดนประเทศที่มีความยาวกว่า 1,680 ไมล์ รวมไปถึงตามแนวชายฝั่งที่มีความยาวถึง 1,500 ไมล์เลยทีเดียว กองทัพอากาศ –Continue Reading 3 เหล่าทัพของไทยมีหน้าที่อะไรบ้าง

อยากเป็นข้าราชการแค่ได้เกณฑ์ทหารก็พอ

อยากเป็นข้าราชการแค่ได้เกณฑ์ทหารก็พอ

สวัสดีครับทุกคนสำหรับคนที่อยากจะเข้าเป็นข้าราชการ โดยที่เราไม่ต้องเข้าสอบเหมือนกับคนที่จบปริญญาตรีเพราะดูแล้วจะยากมาก ปัญหาก็คือสำหรับคนที่ไม่มีเวลาเรียนหรือเงินไม่มีก็จะไม่สามารถไปสอบเป็นข้าราชการได้ ตอนอายุ 21เราจะต้องมาคัดเลือกเกณฑ์ทหาร แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยอยากจะเป็นทหารกันสักเท่าไหร่ ซึ่งจะบางคนคิดว่าอาจจะเสียเวลา ผมก็ได้ถูกคัดเลือกเป็นทหารเข้าไปเช่นกัน บอกเลยว่า 3 เดือนแรกต้องฝึกหนัก ผมคิดถึงบ้านมากเพราะเพิ่งจากบ้านมาได้ไม่นาน หลังจาก 3 เดือนไปแล้วชีวิตผมก็เปลี่ยนไปเป็นอีกแบบหลังจากมาตอนแรกเลย มีเวลาเป็นของตัวเองเยอะขึ้น เราจะได้ไปประจำอยู่กองร้อยกัน สำหรับคนที่เรียนจบ ม.6 มาก็จะสามารถไปสอบนายสิบได้เลย แต่โอกาสจะยากเอาเรื่องเลย เพราะคนมาสอบเยอะมากทั้งคนที่เป็นทหารเกณฑ์และบุคลากรทั่วไป ผมสอบไม่ติด ผมเสียใจอย่างมากเพราะผมทุ่มเทอ่านหนังสือและที่กองร้อยก็มีเรียนก่อนไปสอบให้ด้วย ผมได้ทำงาน ผมได้ไปเป็นผู้ช่วยครูฝึก ฝึกจึงรู้ว่าการเป็นทหารสามารถเข้าไปสมัครสอบของกองพันที่เราอยู่ เมื่อสอบได้เราจะได้บรรจุภายในกองพัน โดยที่เรียกทหารพวกนี้ว่ากองหนุน โดยจะต้องผ่านการคัดเลือกทหารให้เรียบร้อยเสียและมีอายุไม่เกิน 30 ปี ทางกองพันจะทำการคัดตัวสอบและเทสร่างกาย จากนั้นก็ให้ไปทำข้อสอบถ้าผ่านก็ต้องไปฝึกอีก 3 เดือนจึงจะได้บรรจุ ข้อจำกัดก็คือไม่สามารถเลือกที่อยู่ที่ลงได้ ถ้าเป็นทหารอยู่ที่ไหนก็ต้องไปบรรจุที่นั้น ผมดีใจมากที่ผมได้เข้ามาเป็นทหารในตอนนี้ เพราะสวัสดิการจริงๆ พ่อแม่ป่วยก็สบายหาหมอฟรีแถมกู้เงินซื้อรถซื้อบ้านได้อีกด้วย