ในปัจจุบันนี้เป็นยุคแห่งความอิสรเสรี ทุกเพศ สามารถประกอบได้ทุกอาชีพ ถ้าอาชีพนั้นเป็นสิ่งที่เขาต้องการ และมีความรักต่ออาชีพนั้นเป็นล้นพ้น โดยหนึ่งในอาชีพที่ต้องมีทุกประเทศ ก็คือ อาชีพทหาร ถ้าพูดถึงทหารแล้ว สิ่งที่ติดอยู่ในภาพจำของคุณผู้อ่านคงเป็นความแข็งแกร่ง กล้าหาญ และอดทน ผู้ที่จะเป็นทหารได้นั้นจะต้องเป็นเพศชายซึ่งเป็นเพศสภาพโดยกำเนิด แต่ทุกวันนี้มี ‘ดอกไม้เหล็ก’ เกิดขึ้นมามากมายหลายดอก ถึงแม้หลาย ๆ คนจะมองว่าเพศหญิง เป็นเพศอ่อนแอ แต่การมองผู้หญิงเช่นนี้ นับเป็นเรื่องล้าหลังไปแล้ว เมื่อพูดกันตามเนื้อผ้า โครงสร้างของเพศหญิง อาจไม่แข็งแกร่งเท่าเพศชายก็จริง แต่สิ่งนี้ก็ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเธออ่อนแอ และโลกนี้ยังต้องการสีสันแตกต่างที่หลากหลาย เพื่อประกอบให้โลก กลายเป็นโลกที่สมบูรณ์

กองทัพไทยสนับสนุน นายทหารหญิง ทำหน้าที่เพื่อสันติภาพมากขึ้น

แม้แต่ในกองทัพไทย ก็ยังให้การผลักดัน นายทหารหญิงในการปฏิบัติงานต่าง ๆ อย่างครอบคลุม แต่มุ่งเน้นในเรื่องของสันติภาพ​เป็นหลัก โดยสิ่งหนึ่งที่หลาย ๆ คนอาจไม่รู้ คือ กองทัพไทย ได้มีการปฏิบัติงานเพื่อสันติภาพของสหประชาชาติ มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่อดีต อีกทั้งเข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานทางด้านมนุษยธรรม เข้าช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัติ ในหลาย ๆ ประเทศ ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพของกองทัพไทยตั้งแต่อดีต จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2563 ได้มีการปฎิบัติไปแล้วถึง 23 ภารกิจ โดยวิธีการดังกล่าวเหล่านี้ เป็นอีกวิธีที่ช่วยรักษาความสงบสุขเรียบร้อย อีกทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้อย่างยั่งยืน เพราะฉะนั้น จาการเล็งเห็นถึงความสำคัญในการเข้าไปมีส่วนร่วม ในภารกิจเพื่อสันติภาพ ทำให้ทางกองทัพไทยพยายามผลักดันนโยบายส่งเสริม ส่งผลทำให้มีการเพิ่มจำนวนนายทหารหญิงมากยิ่งขึ้น

จุดเริ่มต้นของทหารหญิงไทย

ประวัติความเป็นมาของทหารหญิงไทยในกองทัพ ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ในยุคของ จอมพล ป.พิบูลย์สงคราม ณ ขณะนั้นประเทศไทย กำลังเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นช่วงที่ประเทศกำลังต้องการกำลังทางทหารอย่างยิ่งยวด เพื่อนำมาป้องกันประเทศชาติ และจากเหตุผลนี้เอง จอมพล ป.พิบูลย์สงคราม จึงมีคำสั่งให้จัดตั้งทหารหญิงไทยขึ้น ในส่วนของภาคปฏิบัตินั้น มีการฝึกเฉกเช่นเดียวกันกับนักเรียนนายร้อยชาย เช่น ฝึกความแข็งแกร่งทั้งร่างกาย และจิตใจ, การฝึกยิงปืน, การขุดสนามเพลาะ, การใช้อาวุธต่าง ๆ , การฝึกเดินทางไกล, ต่อยมวย, ว่ายน้ำ และอื่น ๆ เฉกเช่นนายทหารชายทุกประการ

แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ประเทศไทยของเราในยุคนั้น จะไม่อาจจัดตั้งกองพันทหารหญิงขึ้นได้สำเร็จ แต่ก็กลายมาเป็นรากฐานที่ดี อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความคิดก้าวหน้าของจอมพล ป.พิบูลย์สงคราม ท่านเป็นนายทหารที่เปิดใจ กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง และยังยอมรับให้ผู้หญิงเข้ามาเป็นทหาร ต่อมาแนวนี้ก็กลายมาเป็นแนวคิดร่วมสมัย ส่งผลทำให้เกิดแรงสนับสนุน ให้เกิดสิทธิเท่าเทียมกัน อีกทั้งยังมีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยิ่งยวด จนกระทั่งเกิดการการตระหนักในเรื่องสิทธิมนุษยชนของสตรีอย่างเต็มที่

ณ ปัจจุบันนี้ ในประเทศไทย มีจำนวนนายทหารหญิงมากกว่าร้อยละ 25 จากจำนวนของนายทหารทั้งหมด โดยจำนวนนี้เป็นจำนวนที่ส่งไปปฏิบัติภารกิจผู้สังเกตการณ์ทางทหาร อีกทั้งในอนาคตก็จะมีการผลักดันให้ทหารหญิง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยรักษาสันติภาพมากยิ่งขึ้น ทหารหญิงไทยนั้นมีการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวด แข็งแกร่งทั้งจิตใจ และกาย พร้อมลุยทุกสถานการณ์  นอกจากนี้ยังมาพร้อมขีดความสามารถอันเปี่ยมล้น อีกทั้งบทบาทก็ไม่ธรรมดาเพราะเป็นที่ยอมรับในระดับเวทีนานาชาติ ทำให้ทางกองทัพไทยได้เล็งเห็นในจุดนี้ จนกระทั่งเกิดการวางแผนงาน มีการเตรียมความพร้อมต่อไปอย่างยั่งยืนในอนาคต