อาวุธนิวเคลียร์ เป็นวัตถุระเบิดที่มีอำนาจทำลายล้างมาจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ไม่ว่าจะเป็นปฏิกิริยาฟิชชัน (Atomic Bomb) อย่างเดียว หรือ ฟิชชันและฟิวชัน (Hydrogen Bomb) รวมกันปฏิกิริยาทั้งสองปลดปล่อยพลังงานปริมาณมหาศาลจากสสารปริมาณค่อนข้างน้อย การทดสอบระเบิดฟิชชัน (อะตอม) ลูกแรกปลดปล่อยพลังงานออกมาเทียบเท่ากับทีเอ็นทีประมาณ 20,000 ตัน การทดสอบเทอร์โมนิวเคลียร์ (ระเบิดไฮโดรเจน) ลูกแรก ปลดปล่อยพลังงานเท่ากับทีเอ็นทีประมาณ 10,000,000 ตัน

เจ. รอเบิร์ต ออปเพนไฮเมอร์ Robert Oppenheimier เกิดเมื่อ 22 เมษายน ค.ศ. 1904 – 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1967 นักฟิสิกส์ชาวสหรัฐผู้เป็นบิดาของระเบิดปรมาณู โดยเขาเป็นผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการสร้างระเบิดปรมาณูเพื่อยุติสงครามโลกครั้งที่สอง

โครงการแมนแฮตตัน

เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 2486 – 2488 เขาได้ลาออกจากมหาวิทยาลัยมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการสร้างระเบิดปรมาณูเพื่อยุติสงครามในโครงการแมนแฮตตันที่บริเวณลอสอาลาโมส รัฐนิวเม็กซิโก

บุคคลในโครงการแมนแฮตตัน

ในขณะนั้นเมื่อมีคนเอ่ยถึงเขา ทุกคนจะนึกถึงชายวัย 38 ปี เป็นหัวหน้าทีมวิทยาศาสตร์ในโครงการแมนแฮตตัน ที่ได้รวบรวมนักฟิสิกส์ นักเคมี และวิศวะกรระดับสุดยอดนับ 6,000 คน มาสร้างระเบิดปรมาณู เพื่อยุติสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยให้มาทำงานร่วมกันที่ลอสอาลาโมส ในรัฐเม็กซิโกแบบลับสุดยอด คือ ไม่ให้ฝ่ายเยอรมนีรู้อย่างเด็ดขาดว่า ฝ่ายสัมพันธมิตรกำลังคิดที่จะสร้างระเบิดมหาประลัย และให้กองทัพวิทยาศาสตร์ทำงานร่วมกับกองทัพทหารอย่างใกล้ชิดอย่างหนัก และอย่างรวดเร็ว และทุกคนก็ประจักษ์ว่าเขาคือบุคคลเดียวที่สามารถประคับประคองและประสานความแตกต่างในความเห็นอย่างเสรีของบรรดานักการเมืองและนักวิชาการกับความลับของทหารได้

  • ประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ สหรัฐอเมริกา, รัสเซีย, ออสเตรเลีย, ฝรั่งเศส, จีน, อินเดีย, ปากีสถาน, เกาหลีเหนือ, อิสราเอล
  • ประเทศที่ได้รับการแบ่งปันอาวุธนิวเคลียร์ เบลเยียม, เยอรมนี, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, ตุรกี
  • ประเทศที่เคยมีอาวุธนิวเคลียร์ แอฟริกาใต้, เบลารุส, คาซัสถาน, ยูเครน

การกำเนิดของอาวุธที่ทรงพลังอย่าง ‘นิวเคลียร์’

เวลา 05:30 น. วันที่ 16 กรกฎาคม 1945 ลำแสงที่แผดแรงยิ่งกว่าดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นเหนือรัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา มันคือลูกไฟฟ้าที่ทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างในบริเวณใกล้เคียง และผลิตเมฆรูปเห็ดที่พึ่งขึ้นสูงมากกว่า 11 กิโลเมตร หลังจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ที่ได้สร้างการระเบิดนี้ขึ้นมาต่างหัวเราะและสัมผัสมือในระหว่างการดื่มฉลองความสำเร็จกับโปรเจคนี้ที่ได้สร้างนิวเคลียร์ลูกแรกของโลก

โดยหลังการทดลองนายทหารชั้นนายพลผู้หนึ่งได้เขียนรายงานถึงกระทรวงกลาโหม (War Department) อธิบายถึงการระเบิดโดยเริ่มว่า “เริ่มแรกการระเบิดทั้งหมดสว่างจ้าที่สว่างกว่าดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงหลายเท่า แสงนี้มีสีทอง ม่วง และน้ำเงิน สอดส่องและแทรกไปทั่วทุกหุบเขาและซอกเขาต่างๆ จนดูสว่างไสวที่ไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้ ต่อจากนั้น 30 วินาทีแรงอัดอากาศเกิดขึ้นอย่างรุนแรงทันที ติดตามไปด้วยเสียงที่หนักแน่นติดต่อกันเรื่อยๆ ขณะเดียวกันกลุ่มเมฆใหญ่มหึมาก็ได้ลอยขึ้นสู่ด้านบนท้องฟ้า การระเบิดที่ทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ตรงจุดระเบิด เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ครึ่งไมล์ทรายตามผิวหลุมหลอมละลาย และเมื่อทรายแข็งตัวอีกหลุมนั้นก็ถูกฉาบด้วยแผ่นแก้ว”

การทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ

หลังจากที่ทดลองระเบิดปรมาณูครั้งแรกสำเร็จได้ไม่นาน ได้มีการใช้ระเบิดอย่างจริงจังอีกครั้งในสงครามต้นเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1945 สงครามได้สิ้นสุดลง ประธานาธิบดี โอเดอร์ โรสเวลต์ เสียชีวิตในเดือนเมษายน และประธานาธิบดี แฮรรี เอส. ทรูแมน ได้ดำรงตำแหน่งแทน โดย ทรูแมนต้องการชัยชนะอย่างรวดเร็วจึงตัดสินใจทิ้งระเบิดปรมาณูลูกแรกลงที่เมืองฮิโรชิมาประเทศญี่ปุ่น และอีก 2-3 วันต่อมาระเบิดปรมาณู ลูกที่สองได้ถูกทิ้งลงที่ นางาซากิ ภายหลังการระเบิดลูกที่สองญี่ปุ่นได้ประกาศยอมแพ้มาอย่างเป็นทางการถึงลอสอาลาโมสในเวลาค่ำวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 1945 สงครามโลกครั้งที่สองจึงยุติลง

เมื่อการฉลองผ่านไป เหล่านักวิทยาศาสตร์ต่างให้ความสนใจกับจำนวนผู้เสียชีวิตที่ฮิโรชิมาและนางาซากิสงสัยว่าพวกเขาทำถูกหรือไม่ที่สร้างลูกระเบิดอะตอมขึ้นมา นักวิทยาศาสตร์ก็เริ่มทยอยจากไปทีละคนสองคน เดือนตุลาคมเขาก็ได้ออกไปอยู่ที่วอชิงตัน ส่วนแฟร์มีและเทเลอร์กลับไปอยู่ที่ชิคาโก